หลังการปฏิวัติเมื่อเดือนตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๐๑  จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชน์  หัวหน้าคณะปฏิวัติได้พัฒนาเศรษฐกิจสังคม
และการศึกษาเป็นการใหญ่    เพื่อให้ชาติเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ   ม.ล.ปิ่น    มาลากุล   ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ  จึงได้วางโครงการศึกษาเสนอสภาการศึกษาแห่งชาติ  และสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ  พิจารณาเพื่ออนุมัติ
ให้ดำเนินการต่อไป  เมื่อทั้งสองสภาได้อนุมัติแล้ว  ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการเมื่อวันที่  ๑๓  ตุลาคม  ๒๕๐๑
และได้รับอนุมัติ  กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ดำเนินการตั้งโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาคขึ้น
                           โครงการนี้ได้รับความช่วยเหลือจากองค์การบริหารวิเทศกิจของสหรัฐอเมริกา (USOM)  เป็นระยะเวลา ๕  ปี นับตั้งแต่
ปี พ.ศ. ๒๕๐๑  เป็นต้นไป  โครงการนี้เรียกว่าโครงการพัฒนาการศึกษา (GENERAL  EDUCATION  PROJECT - G.E.P)  เรียกย่อ ๆว่า
ค.พ.ศ. กระทรวงศึกษาธิการได้มอบให้กรมฝึกหัดครู  กรมสามัญศึกษา  และกรมวิสามัญศึกษา  ทำงานร่วมกัน  โดยมีกรมวิชาการ ร่วมงาน
ด้านวิชาการ  และแบ่งจังหวัดต่าง ๆ  ที่มีสภาพทางภูมิศาสตร์    ความเป็นอยู่ของประชาชนคล้ายคลึงกันเป็นภาคการศึกษา  ๑๒  ภาค
เพื่อให้จังหวัดใหญ่ ๆ เป็นศูนย์การศึกษาที่สามารถพึ่งตนเองได้ทางวิชาการ  สร้างคุรุสัมมนาคารให้ครบทุกภาคการศึกษา  มีเจ้าหน้าที่
ประจำดำเนินการอบรมครูประจำการ  และพิจารณาส่งเสริมการศึกษาทุกแขนง  อนุโลมตามลักษณะท้องที่โดยคำนึงถึงความจำเป็น
และความต้องการของประชาชน  แต่ละภาคจะมีผู้ตรวจการศึกษาประจำภาคเป็นหัวหน้าบริหารงาน  เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำแก่
จังหวัดที่อยู่ในภาคนั้น ๆ ทั้งด้านการบริหารและวิชาการ  ทางด้านบริหารมีศึกษาธิการจังหวัดในจังหวัดที่ตั้งภาคเป็นผู้ช่วย  ในด้าน
วิชาการมีศึกษานิเทศก์จากกรมการฝึกหัดครู  กรมวิสามัญศึกษา และกรมสามัญศึกษา เป็นผู้ช่วยโครงการ

                              ในปีการศึกษา  ๒๕๐๑  โครงการพัฒนาการศึกษาได้เริ่มงานเพียง  ๔ ภาคก่อน  คือ ภาคศึกษา ๒ ตั้งศูนย์ที่จังหวัดยะลา
ภาคศึกษา ๘ ตั้งศูนย์ที่จังหวัดเชียงใหม่   ภาคศึกษา ๑๐ ตั้งศูนย์ที่จังหวัดอุบลราชธานี  ภาคการศึกษา ๑๑ ตั้งศูนย์ที่ จังหวัดนครราชสีมา
ส่วนอีก  ๘   ภาค  จะเริ่มดำเนินการในปี  ๒๕๐๒
                              ในเดือนกันยายน  ๒๕๐๑  ได้สำรวจข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับศูนย์ภาคศึกษา ๑๐ เช่น   สถานที่ตั้งสำนักงาน   บุคลากร
ผลการสำรวจสถานที่ตกลงได้โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูอุบลราชธานี เป็นเรือนไม้สองชั้น  สร้างมาตั้งแต่ปี  ๒๔๘๕   ต่อมาเมื่อวันที่
๒๗  กรกฎาคม  ๒๕๐๒  จึงมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาการศึกษาส่วนภูมิภาค  ภาคการศึกษา ๑๐ ขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี  ระยะแรกมี
๕  จังหวัด คือ อุบลราชธานี   ร้อยเอ็ด  มหาสารคาม  กาฬสินธุ์  และนครพนม  โดยมี  นายสนิท   สุวรรณฑัต  เป็นผู้ตรวจการศึกษา
ประจำภาค ๑๐  คนแรก  ต่อมาได้มีการย้ายศึกษานิเทศก์  ครู อาจารย์จากโรงเรียนต่าง ๆ มาช่วยงาน
                                
บุคลากร  ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการประจำภาค  ๑๐
                                  ๑. นายสนิท  สุวรรณฑัต                                        พ.ศ.๒๕๐๒ - ๒๕๐๘
                                  ๒.นายแจ้ง  กองพลพรหม                                    พ.ศ.๒๕๐๘ - ๒๕๑๔
                                 ๓. นายปลอด  ภาณุรัตน์                                         พ.ศ.๒๕๑๔ - ๒๕๑๖
                                เมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๑๗  ทางราชการได้ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมใหม่  ตามประกาศคณะปฏิวัติที่  ๒๑๗  ข้อ ๕๓
และ ๕๔  ให้เปลี่ยนชื่อภาคการศึกษาเป็นเขตการศึกษา  จึงได้ชื่อใหม่เป็น สำนักงานศึกษาธิการ  เขตการศึกษา  ๑๐  มีบุคลากรดำรง
ตำแหน่งศึกษาธิการเขต  ดังนี้
                                  ๑. นายจรัญ   ปัททดิลก                                              พ.ศ.๒๕๑๖ - ๒๕๑๙
                                  ๒. นายสมุทธ  วรรณพงษ์                                        พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๒๑
                                  ๓. ว่าที่ ร.ต.สวัสดิ์  ดวงจันทร์                                  พ.ศ.๒๕๒๑ - ๒๕๒๕
                                  ๔. นายอำนวย  อุเทศ                                                 พ.ศ.๒๕๒๕ - ๒๕๒๙
                                  ๕. นายอิศรา  จรัณยานนท์                                       พ.ศ.๒๕๒๙ - ๒๕๓๓
                                  ๖. นายประเสริฐ  บุญท้าว                                         พ.ศ.๒๕๓๓ - ๒๕๓๘
                               สำนักงานใหม่  เมื่อนายประเสริฐ  บุญท้าวมาดำรงตำแหน่งศึกษาธิการเขต  เขตการศึกษา  ๑๐ ได้พิจารณาเห็นว่า
สถานที่ตั้งเดิมมีความคับแคบ จึงได้จัดหาที่ดินได้  ๓๙  ไร่เศษ ในวันที่  ๒๐  พฤศจิกายน  ๒๕๓๓  ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์
"ดงคำอ้อ" ซึ่งอยุ่ห่างจากสำนักงานเดิมประมาณ  ๖  กิโลเมตร  และได้รับจัดสรรงบประมาณสร้างในปี  งบประมาณปี   ๒๕๓๔

                             ในปี พ.ศ.๒๕๓๕  กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงส่วนราชการในกระทรวงใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วน
ราชการของกระทรวงศึกษาธิการ  ลงวันที่  ๑๘ ธันวาคม  ๒๕๓๕  กำหนดให้สำนักงานศึกษาธิการเขต  เป็นสำนักพัฒนาการศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม  เขตการศึกษา  ๑๐  โดยมีผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  เป็นผู้บริหารโดยมี
ผู้อำนวยการสำนัก  ดังนี้
                            ๑. นายประเสริฐ  บุญท้าว                                              พ.ศ.๒๕๓๘ - ๒๕๓๙
                            ๒. นายกิติ   ดุจเพ็ญ                                                        พ.ศ.๒๕๓๙    - ๒๕๔๒
                            ๓.นายประเสริฐ  บุญท้าว                                              พ.ศ.๒๕๔๒ - ๒๕๔๕
                            ๔. นายสุดใจ  ทองอ่อน                                                  พ.ศ.๒๕๔๕
                               ในปี  พ.ศ. ๒๕๔๖  ได้มีการปฏิรูประบบราชการใหม่ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ.๒๕๔๖  ลงวันที่  ๓  กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๖  และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ  สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  โดยกระทรวง
ศึกษาธิการได้มีการยุบกรมต่าง ๆ  และตั้งกรมใหม่เกิขึ้น โดยสำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  เขตการศึกษา  ๑๐ ได้ถูก
ปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ใหม่และได้ปรับเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ ๗  กระทรวงศึกษาธิการ โดย
มีผู้อำนวยการสำนักผู้ตรวจราชการเป็นหัวหน้าสำนักงาน   และปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ    ประจำเขต
ตรวจราชการที่ ๗  สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  โดยมีผู้อำนวยการสำนักผู้ตรวจ  ดังนี้
                              ๑.นายสุดใจ   ทองอ่อน                                                พ.ศ. ๒๕๔๖ - ปัจจุบัน
        และได้เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการที่ ๙ ในวันที่  ๒๑  กันยายน  ๒๕๔๗  และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น
สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการที่ ๙ อุบลราชธานี   ในวันที่  ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑    ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐  กันยายน  ๒๕๕๑ นายสุดใจ
ทองอ่อน  ผู้อำนวยการสำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการที่ ๙ อุบลราชธานี ได้เกษียณอายุราชการ  กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งให้
นายพิสิษฐ์  เดชวงศ์ญา เป็นผู้อำนวยการสำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการที่  ๙ อุบลราชธานี  

        และกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศเปลี่ยนชื่อสำนักงานใหม่เป็น "สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๙ " ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่อง จัดตั้งสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑ - ๑๒ และกรุงเทพมหานคร ลงวันที่  ๑๑  ธันาคม ๒๕๕๑   โดยมีนายพิสิษฐ์  เดชวงศ์ญา  เป็น
ผู้อำนวยการสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๙ คนปัจจุบัน

กลับหน้าหลัก